Sbobet เผย บีบีซีปล่อยรายงาน แมนยูกำลังเจรจามูรินโญ่

โช่เซ่-มูรินโญ่

บีบีซี สำนักข่าวชื่อดังที่มีความน่าเชื่อถือได้ประจำประเทศอังกฤษ ยืนยันว่า แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังอยู่ในช่วงเจรจากับ โฮเซ มูรินโญ อดีตผู้จัดการทีมเชลซี ถึงการเข้ามาทำหน้าที่กุนซือคนใหม่แทนที่ของ หลุยส์ ฟาน กัล ในฤดูกาลหน้า แม้ยังตกลงกันไม่ได้ และทั้งสองฝ่ายปฎิเสธแสดงความเห็น แต่ชัดเจนว่าการเจรจาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว  ส่วนฟาน กัล ยังเหลือสัญญาจนกระทั่งสิ้นสุดฤดูกาลหน้า แต่จากผลงานที่ผ่านมาทำให้กุนซือจอมปรัชญาอาจต้องโบกมือลาก่อนกำหนด โดย แมนฯ ซิตี เพิ่งประกาศแต่งตั้ง เป๊ป กวาร์ดิโอลา มาคุมทีมหลังจบฤดูกาล เหตุนี้ เอ็ด วูดวอร์ด รองประธานจึงเชื่อว่าทีมมีความจำเป็นต้องรีบดำเนินการตอบโต้คู่อริร่วมเมือง และเชื่อว่ามีเพียง มูรินโญ ที่จะสามารถสู้กับกุนซือใหม่แมนฯ ซิตี ได้“
ทางฝ่ายผู้บริหารระดับสูงของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความกังวลกับการที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ เป๊ป กุนซือสมองไวเข้ามาคุมทีม และคิดว่าพวกเขาต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อที่จะต่อกรลุ้นแย่งแชมป์กับเพื่อนบ้านน่ารำคาญทีมนี้ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อในฤดูกาลหน้า โดยรายงานล่าสุดจากสื่ออิตาลีระบุว่า ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มองว่าจากสถานการณ์ดังกล่าว พวกเขาจำเป็นต้องมีแม่ทัพอย่าง โชเซ มูรินโญ และมี เนย์มาร์ เป็นทีเด็ดในแนวรุก

ทำให้แฟนบอลผีแดงได้มีลุ้นกันอย่างต่อเนื่อง หลังมีรายงานล่าสุดว่า โชเซ มูรินโญ ยอดกุนซือชาวโปรตุเกส ตกลงตัดสินใจเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สำนักข่าวประเทศโปรตุเกสรายงานว่า โชเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกส ตกลงตัดสินใจเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับทีม  “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ  แล้ว

มูรินโญ ตกเป็นข่าวอย่างหนักเกี่ยวกับการเข้าไปคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจาก หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือคนปัจจุบันของปิศาจแดงพาทีมทำผลงานได้ไม่ดีนักในฤดูกาลนี้ โดยมีรายงานก่อนหน้านี้ สกาย สปอร์ต อิตาเลีย สำนักข่าวในอิตาลี อ้างว่า จอร์จ เมนเดส ซุปเปอร์เอเยนต์ซึ่งเป็นตัวแทนของ มูรินโญ ยืนยันว่ากุนซือในความดูแลของเขา มีการเจรจากับทาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกี่ยวกับการเข้ามารับงานในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด

รายงานล่าสุดจากแหล่งข่าวในโปรตุเกส ระบุว่า มูรินโญ ตอบตกลงเซ็นสัญญาล่วงหน้าในการเข้ามาคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้ว ตอนนี้เหลือเพียงแค่ยูไนเต็ดจะให้ อดีตผู้จัดการทีมเชลซีรายนี้เข้ามาคุมทีมตอนนี้เลยหรือจะเป็นช่วงซัมเมอร์

ทั้งนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อว่า มูรินโญ จะเป็นกุนซือที่สมบูรณ์แบบของทีมในการต่อกรกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เพิ่งแต่งตั้ง เป๊ป กวาร์ดิโอลา มาคุมทัพ แทนที่ มานูเอล เปเยกรินี หลังจบฤดูกาลนี้เรียบร้อย

 

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ มั่นใจว่า เป็บ ช่วยเพิ่มแท็คติกและเทคนิคใหม่ๆให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษได้

ปปปปปปป

 

 

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าตัวเก่งของ บาเยิร์น มิวนิค มั่นใจว่าการย้ายไปคุมทีมในพรีเมียร์ลีกของ เป็บ กวาร์ดิโอลา จะช่วยให้วงการฟุตบอลอังกฤษพัฒนาขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

กุนซือเสือใต้ ยืนยันแล้วว่าฤดกาลหน้าจะย้ายไปหาความท้าทายใหม่ในเมืองผู้ดีแต่ยังไม่เปิดเผยว่าเป็นทีมใด ซึ่งดาวยิงชาวโปแลนด์มั่นใจว่าด้วยศักยภาพของเฮ้ดโค้ชชาวสเปนจะช่วยเพิ่มมิติใหม่ๆให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษได้อย่างแน่นอน

“ผมคิดว่า เป็บ จะช่วยพัฒนาวงการฟุตบอลอังกฤษ ผมคิดว่าเขาจะช่วยเพิ่มอะไรใหม่ๆในแง่ของแท็คติกและเทคนิคต่างๆ” เลวานดี้ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

“ผมพูดได้เลยว่าตัวเองเป็นนักเตะที่ดีขึ้นนับตั้งแต่ร่วมงานกับเขา คุณสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ได้จากการซ้อมกับเขา เขาเป็นคนที่คิดเรื่องฟุตบอลตลอด 24 ชั่วโมง และใส่ใจทุกรายละเอียดทั้งในการซ้อมและตอนลงสนาม”

และยังมีกองหน้าชาวแซมบ้ารับตามตรงอยากร่วมงานกับอดีตเทรนเนอร์เจ้าบุญทุ่มสักครั้ง

pep-guardiola-neymar_1239dqjuan92g1080pyx0tffni

‘เนย์มาร์ ดาวยิงซูเปอร์สตาร์ของบาร์เซโลนา’ ก็ได้ยอมรับ ว่าเขาอยากร่วมงานกับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือคนเก่งของบาเยิร์น มิวนิค และ สนใจย้ายไปค้าแข้งในศึกเมเจอร์ลีก ซ็อคเกอร์ สหรัฐฯในอนาคต

นายใหญ่ชาวสแปนิชเพิ่งประกาศอำลาทีมเสือใต้ล่วงหน้าหลังหมดสัญญาในช่วงสิ้นสุดฤดูกาลนี้ ก่อนเผยว่าเขาต้องการย้ายไปหาความท้าทายใหม่ในพรีเมียร์ลีกท่ามกลางข่าวพัวพันกับ แมนฯ ซิตี้

“มีอยู่หนึ่งคน กวาร์ดิโอลาคือคนที่ผมชื่นชมและอยากร่วามงานด้วย” กัปตันทีมชาติบราซิลเผยผ่านเว็บไซต์ Red Bull หลังถูกถามว่าใครคือผู้จัดการทีมที่อยากร่วมงานด้วย?

“มันยากนะสำหรับการตอบว่าผมอยากลงเล่นในลีกประเทศอื่นหรือไม่ ไม่มีใครล่วงรู้อนาคต แต่ตอนนี้ผมมีความสุขมากกับบาร์เซโลนา”

“ผมมีความตั้งใจว่าจะกลับไปเล่นที่บราซิลในสักวันและอยากลงเล่นในลีกสหรัฐฯด้วย นี่คือสองประเทศที่ผมอยากลงเล่นในช่วงบั้นปลายอาชีพ”

“ฟุตบอลสหรัฐฯเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและดึงดูดความสนใจจากผู้เล่นมากมาย ดังนั้นมันจึงทำให้ผมสนใจและติดตามอย่างใกล้ชิด”

เทรนเนอร์ทีมเสือใต้เผยสาเหตุโบกมือลาสโมสรเนื่องจากต้องการเจอศัตรูและความท้าทายใหม่ในอาชีพ

เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือบาเยิร์น มิวนิค ยอมรับ เขาต้องการศัตรูและความท้าทายใหม่เพื่อพัฒนาฝีมือของตัวเองในฐานะผู้จัดการทีม

แต่ทางนายใหญ่ชาวสแปนิชตัดสินใจโบกมือลาทีมเสือใต้หลังหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์นี้ ท่ามกลางกระแสข่าวเชื่อมโยงกับ แมนฯ ซิตี้ ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีกหนาหู หลังเจ้าตัวออกมายอมรับว่าต้องการย้ายไปทำงานในอังกฤษจริง

‘แมนเชสเตอร์ ซิตี ‘ ปะทะ ‘เอฟเวอร์ตัน ‘ ตัดเชือกแคปิตอลฯ 3-1

JRBDhRTLFsqpfYpj13ZfQCdGWSxsZIQ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้โดนนำก่อนจะตอบโต้กลับมาจนแซงได้จากประตูของเควิน เดอ บรอยน์ลงมาเป็นสำรองแต่มีปัญหาที่ตอนปาดเข้ามาบอลออกหลังไปแล้ว ก่อนจะเป็นเดอ บรอยน์คนเดิมเปิดให้แซร์จิโอ อเกวโร่โหม่งประตูชัยเอาชนะเอฟเวอร์ตัน 3-1 สกอร์รวม 4-3 เข้ารอบไปชิงแคปิตอล วัน คัพกับลิเวอร์พูล แต่กลายเป็นเฮไม่เต็มที่เพราะทดเจ็บเดอ บรอยน์ต้องมาลงเปลโดนหามออกไป

แมนเชสเตอร์ ซิตี – เอฟเวอร์ตัน ศึกฟุตบอล แคปิตอล วัน คัพ เดินทางมาถึงเกมในรอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 โดยในค่ำคืนวันพุธ จะเป็นเกมที่ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี ทีมรองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก จะเปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ทีมคู่แข่งร่วมลีก หลังจากเกมแรกเป็น เอฟเวอร์ตัน ที่เปิดบ้านเฉือนชนะมาได้ก่อน 2-1

เริ่มเกมมาเป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่พยายามบุกเข้าใส่ตามเนื้อผ้า รวมถึงบีบเกมเพื่อไม่ให้ท็อฟฟีสีน้ำเงินตั้งตัวได้ติด แต่กลับกลายเป็นทีมเยือนที่ออกนำไปก่อนจากจังหวะสวนกลับเร็วในนาทีที่ 18 และเป็นรอสส์ บาร์คลีย์ ที่อาศัยความสามารถเฉพาะตัวลากหลบผู้เล่นแมนฯ ซิตี้ ก่อนจะหาจังหวะยิงจากนอกกรอบเขตโทษเสียบเสาอย่างสวยงาม เอฟเวอร์ตันขึ้นนำ 1-0

อย่างไรก็ดี เรือใบสีฟ้าก็ไม่ปล่อยให้ทีมเยือนดีใจได้นาน แต่ในนาที 24 เจ้าถิ่นก็ตามตีเสมอเป็น 1-1 จากจังหวะที่ เซร์คิโอ อเกวโร ยิงบอลไปถูกกองหลังทีมเยือนสกัดออกมา แฟร์นานดินโญ วิ่งตามเข้ามาซ้ำจังหวะสองบอลแฉลบขา เลย์ตัน เบนส์ แบ็กซ้ายทีมเยือนเข้าประตูไปแบบโชคช่วย

นาทีที่ 36 ทีมเจ้าบ้านพลาดโอกาสขึ้นนำไปอย่างน่าเสียดาย เซร์คิโอ อเกวโร ได้โอกาสสับไกจากนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งไปชนเสาอย่างจัง ก่อนที่จะเด้งกลับมาเข้าทางดาบิด ซิลบา ที่ตามเข้าไปซ้ำ แต่โจเอล โรเบลส นายทวารของเอฟเวอร์ตันยังไวตามกลับมาเซฟไว้ได้ทัน หมดครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1

เริ่มครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี้ยังคงเดินเกมรุกอย่างหนัก และหวุดหวิดได้ประตูอยู่หลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งนาทีที่ 70 พวกเขาก็มาได้ประตูสุดล้ำค่าที่ทำให้สกอร์รวมกลับมาเป็น 3-3 เมื่อราฮีม สเตอร์ลิง ใช้ความเร็วกระชากถึงเส้นหลัง ก่อนหักมาให้เควิน เดอ บรอยน์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองแปตุงตาข่าย

แมนฯ ซิตี้ ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง และพวกเขาก็มาได้ประตูสู่รอบชิงชนะเลิศในที่สุดในนาทีที่ 76 จากการเปิดบอลของเดอ บรอยน์ ให้เซร์คิโอ อเกวโร โหม่งเข้าไป ทำให้เรือใบสีฟ้าขึ้นนำเป็น 3-1 และมีสกอร์รวมที่ 4-3

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นฝ่ายเอาชนะไป 3-1 ส่งผลให้รวมทั้งสองนัด พวกเขาเป็นฝ่ายกำชัย 4-3 พร้อมทะลุเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศพบกับลิเวอร์พูล ซึ่งไปรออยู่ก่อนแล้ว

มิดฟิลด์ขอพิสูจน์ตัวเองก่อนพิจารณาสัญญาหลังจบซีซั่น

มิดฟิลด์ ยังไม่รีบร้อนต่อสัญญาฉบับใหม่ถึงแม้ว่ากำลังจะหมดในช่วงสิ้นฤดูกาลนี้ ยังยืนยันว่าพร้อมทุ่มเทเพื่อพิสูจน์ตัวเองต่อหน้า เยอร์เกน คลอปป์ ให้ได้ ก่อนจะคิดตัดสินอนาคตตัวเองอีกครั้งหลังจบฤดูกาล

Thai Premier League All Stars v Liverpool

สำนักข่าวต่างประเทศ มีรายงานเมื่อวันที่ 22 ม.ค.ว่า เจา คาร์ลอส เตเซรา มิดฟิลด์อนาคตไกลสัญชาติโปรตุกีส ได้ยอมรับว่าเขายังไม่คิดถึงเรื่องอนาคตของตัวเองในรังแอนฟิลด์ในขณะนี้ เนื่องจากต้องการมุ่งโฟกัสกับเรื่องในสนามเป็นหลักมากกว่า และเขาจะพร้อมพูดคุยเรื่องสัญญาใหม่อีกครั้งหลังจบฤดูกาลแล้ว

เจา คาร์ลอส เตเซรา ย้ายถิ่นจาก สปอร์ติง ลิสบอน ในบ้านเกิดของตัวอง มาร่วมทีมเยาวชนของลิเวอร์พูลตั้งแต่เมื่อปี 2012 แต่กลับไม่ค่อยได้รับโอกาสให้แสดงฝีมือในทีมชุดใหญ่มากนักเมื่อสมัยที่ แบรนแดน ร็อดเจอร์ส ยังคุมทีมอยู่ จนกระทั่ง ถึงช่วงที่เยอร์เกน คลอปป์ ได้ให้โอกาสเจ้าตัวลงสัมผัสเกมแสดงฝีเท้าบ่อยครั้งขึ้นในศึกฟุตบอลถ้วย

โดยถึงแม้ว่า สัญญาฉบับปัจจุบันของเจ้าตัวกับต้นสังกัดจะกำลังหมดลงหลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้ แต่ เจา คาร์ลอส เตเซรา กลับต้องการที่จะมุ่งมั่นในสนามมากกว่าเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ผู้จัดการเห็น และพร้อมที่จะตัดสินอนาคตของตัวเองอีกครั้งหลังจบซีซั่น

เรากำลังอยู่ในขั้นตอนของการพูดคุยในขณะนี้ สัญญาของผมกำลังจะหมดในช่วงท้ายฤดูกาล แต่ที่จริงผมก็ยังอยากที่จะอยู่ต่อนะ และเราจะได้เห็นกันต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

ผมไม่ต้องการที่จะคิดเกี่ยวกับอนาคตของตัวเองมาจนเกินไปในตอนนี้ ผมเพียงแค่ต้องการที่จะเล่นฟุตบอล พยายามสนุกและเพลิดเพลินไปกับกับมัน รวมทั้งทำงานและทุ่มเทอย่างหนักในการฝึกซ้อม เมื่อไรก็ตามที่มีโอกาสแสดงฝีเท้า ผมก็อยากจะสร้างความประทับใจให้กับ เยอร์เกน คลอปป์ และแสดงให้เขาเห็นว่าผมสมควรได้รับโอกาสมากขึ้นกว่าเดิม”

สำหรับเพลย์เมกเกอร์วัย 23 ปี จากแดนฝอยทอง เพิ่งจะทำประตูให้กับทีมได้ ในเกมเอเอฟ คัพ รอบ 2 นัดแข่งใหม่ ที่เปิดบ้านไล่อัด เอ็กเซเตอร์ ซิตี้ ไปแบบไม่ไว้หน้า 3-0 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ละนั่นก็ทำให้เขาเริ่มมีความเชื่อมั่นในตัวเองมากพอที่จะฝากฝังอนาคตของตัวเองในถิ่นแอนฟิลด์ต่อไป

 

เตเซรา ย้ายจาก สปอร์ติง ลิสบอน ในโปรตุเกส มาค้าแข้งกับ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่เมื่อปี 2012 ซึ่งตอนนั้นเขายังมีอายุเพียงแค่ 19 ปี แต่มาจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 4 ปี เขาก็ยังไม่ได้รับโอกาสมากหรับการลงเล่นในทีมชุดใหญ่ และสัญญาต่อสังกัดต้นลิเวอร์พูลของเขาก็จะหมดลงในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้แล้วด้วย

“คล็อปป์”หงุดหงิด โวยหงส์โชว์ฟอร์มสวยแต่ดันแพ้สกอร์

EyWwB5WU57MYnKOuX39W7L7IB8lzAWESK6SBG3nNG2f7ilxoY2VpJq

หลังจากที่เวย์น รูนีย์ ยอดดาวยิงกัปตันทีม “ผีแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ซัดประตูโทนช่วยให้ทีมบุกหักปีก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ถึงสนามแอนฟิลด์ 1-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 ม.ค. เขาเผยว่าเขารู้สึกมีความสุขมาก ๆ ที่เป็นคนยิงประตูให้ทีมคว้าชัยได้ถึงแอนฟิลด์ หลังยิงไม่ได้ที่สนามแห่งนี้มานาน โดยหนสุดท้ายที่ รูนีย์ ยิงประตูได้ในแอนฟิลด์ ต้องถอยหลังไปเมื่อปี ค.ศ. 2005เจอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการ ลิเวอร์พูล ขัดใจสุดขีดเมื่อลูกทีมดาหน้าบุกใส่ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ไม่สามารถทำประตูได้ และสุดท้ายเสียประตูจากลูกตั้งเตะ ทำให้ ลิเวอร์พูล พ่ายต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยคะแนน 0-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ปัจจุบันทีมหงส์แดง ยังมี 31 คะแนน จากทั้ง 22 เกม อยู่บที่ที่ 9 ของตาราง  เจอร์เกน คล็อปป์ เผยว่า

“ผมรู้สึกแย่มาก มันคือเกมดาร์บี และในเกมดาร์บี คุณมีหน้าที่เดียวต้องทำ นั่นคือคว้าชัยชนะมาให้ได้ ถ้าหาก แมนฯ ยูไนเต็ด จะพูดถึงฟอร์มการเล่น พวกเขาต้องยอมรับว่า ฟอร์มมันออกมาไม่ดีนักหีอก แต่พวกเขาก็ชนะ ดังนั้น มันจึงกลายเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ว่าเราเล่นดีกว่า เราแค่รู้สึกแย่กับผลการแข่งขันที่ออกมา ฟอร์มการเล่น และหลายอย่างที่เราทำในวันนี้ มันดีมากๆ เราเปิดโอกาสทำประตูได้ดี แต่จบสกอร์ไม่ดีเลย นอกจากนั้น เรายังน่าจะทำประตูได้ด้วยซ้ำไป.“
ส่วนทาง”ฟาน กัล” ประกาศลั่น “ผีแดง” ยังมีลุ้นแชมป์ “พรีเมียร์ลีก” ความมั่นใจกลับมาอีกครั้ง หลังจากแมนฯยูบุกชนะ “หงส์แดง” เชื่อลูกทีม รักษาฟอร์มต่อไปได้

หลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศโวลั่นด้วยความมั่นใจว่า ลูกทีมยังมีลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ หลังบุกไปเฉือนชนะ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูลด้วยคะแนน 1-0 ในเกมแดงเดือด ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เตะ 22 นัด มี 37 คะแนน รั้งอันดับ 5 โดยตามหลัง อาร์เซนอล และ เลสเตอร์ ซิตี 2 ทีมผู้นำ 7

หลังเกมที่ เวย์น รูนีย์ ทำประตูชัยให้ทีม ในนาทีที่ 78 ซึ่งถือเป็นประตูแรกของเจ้าตัว ณ ที่แอนฟิลด์ นับตั้งแต่ปีค.ศ. 2005 ว่า ฟาล กัล กล่าวว่า”การชนะ ลิเวอร์พูลถือเป็นเรื่องสำคัญเสมอ วันนี้ มันสำคัญ เพราะคู่แข่งของเราหลายทีมเสียแต้ม และเมื่อช่องว่างระหว่างเรากับผู้นำเหลือแค่นี้ เราถึงยังสามารถกลับมามีลุ้นได้ นั่นคือสิ่งที่ผมคิด”

“เรายังเหลือเกมอีกมากมาย เราเริ่มต้นปีค.ศ. 2015 ได้อย่างสวยงาม เกมนี้ได้เพิ่มความมั่นใจให้แก่นักเตะของเราเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับแฟนบอล และทุกคนที่เกี่ยวข้องกับ แมนฯ ยูไนเต็ด แน่นอนว่า เราจะต้องรักษาผลงานแบบนี้เอาไว้ต่อไป มันจะไม่ง่ายแน่นอน แต่เราสามาระทำได้ เพราะเราแสดงให้ทุกคนเห็นแล้วว่า เราทำได้” ฟาน กัล เผยอย่างมั่นใจ

รีบช็อปก่อนโดนแบน ราชันย์ชุดขาวอย่างไว ยื่นเสนอซื้อเดเกอา 30 ล้านปอนด์

http://www.allsoccerplanet.com/wp-content/uploads/2015/09/de-Gea-Madrid2.jpgหลังจากที่มีข่าวคราวเป็นที่ฮือฮาของคนทั่วทั้งโลกมาแล้ว ในช่วงตลาดเปิดรอบที่ผ่านมา สำหรับ ผู้รักษาประตูดาวรุ่งของโลกอย่าง “ดาบิด เดเกอา” ของทีมปีศาจแดง “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ที่ตกเป็นข่าวว่าได้รับความสนใจจากทีมราชันย์ชุดขาว “รีล มาดริด” หลังจากที่ทีมดังจากแดนกระทิงดุ ปล่อยตัวผู้รักษาประตูลูกหม้ออย่าง “อิเคร์ คาซิยาส” ออกไปอยู่กับทีมปอร์โต้ ในโปรตุเกส

และดูเหมือนว่าการซื้อขายในครั้งนั้นจะจบลงได้แบบค่อนข้างห่วยเลยก็ว่าได้ เมื่อมีการออกมาสาดสีกันไปมาระหว่างทีมปีศาจแดง “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” และทีมราชันย์ชุดขาว “รีล มาดริด” ถึงความผิดพลาดในช่วงวินาทีสุดท้ายที่ทำให้การซื้อขายครั้งนี้ล่มไม่เป็นท่าในช่วงเวลาสุดสำคัญ ทำให้ทีมราชันย์ชุดขาว พลาดที่จะคว้าตัวผู้รักษาประตูจอมหนึบรายนี้ ทั้งที่อีกนิดเดียวก็จะสำเร็จอยู่รอมร่อ ทำให้ “ฟลอเรนติโน่ เปเรซ” ถึงกับควันออกหูและก่นด่าทีมปีศาจแดงเสียยับเลยทีเดียว

อย่างไรก็ดี ล่าสุดเมื่อตลาดซื้อขายเปิดขึ้นอีกครั้งหลังปีใหม่ ดูเหมือนเป้าหมายของพวกเขาจะไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อมีข่าวรั่วออกมาว่า ทีมราชันย์ชุดขาว ยังคงสนใจที่จะคว้าตัวดาวเตะรายนี้ไปร่วมทีมอีกครั้ง เพื่อเป็นตัวแทนของ “คาซิยาส” ผู้รักษาประตูจอมหนึบผู้เคยเป็นตำนานของทีมราชันย์ชุดขาว โดยในครั้งนี้มีข่าวว่าทางรีลมาดริดยื่นข้อเสนอให้กับทีมปีศาจแดงด้วยเงิน 30 ล้านปอนด์

อย่างไรก็ดี คิดว่าข่าวนี้หากเป็นความจริงก็น่าจะเกิดขึ้นได้ยาก สาเหตุเพราะหลังจากที่ดีลซื้อขายล่มไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้ทีมปีศาจแดงจับผู้รักษาประตูรายนี้ต่อสัญญากับทีมไปอีกหลายปี และนั่นอาจทำให้จำนวนเงินเพียงเท่านี้ไม่อาจจะเป็นแรงจูงใจที่ทำให้ทีมปีศาจแดงปล่อยตัวผู้รักษาประตูตัวหลักของพวกเขาออกไปได้ แม้ว่านักเตะเอง อาจจะต้องการย้ายทีม เพราะทีมมีโอกาสไม่ได้ไปเล่นในเวทียุโรปฤดูกาลหน้าก็ตามที

แน่ใจหรอว่าจะไม่เจ็บ เชลซีมีข่าวสนดึง อเล็กซานเดร ปาโต้ มาร่วมทีม แก้ปัญหากองหน้าขาดแคลน

http://img.bleacherreport.net/img/images/photos/003/565/254/hi-res-61cdbe72d0c1939cb5b99f7cfed871f4_crop_north.jpg?w=630&h=420&q=75ยังคงเป็นทีมที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ต่อไป สำหรับ “เชลซี” แม้ว่าจะเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมแล้วจาก “โฆเซ่ มูรินโญ่” เป็น “กุด ฮิดดิ้ง” ก็ตามที แต่ดูเหมือนทีมจากลอนดอนทีมนี้ก็ยังคงไม่สามารถที่จะเค้นฟอร์มที่ดีออกมาได้ และยังคงวนเวียนอยู่บริเวณกลางตารางของพรีเมียร์ลีกต่อไป และกำลังมองหาดาวเตะที่จะมาช่วยเสริมเกมรุก หลังจากที่บรรดานักเตะตัวหลักต่างพากันบาดเจ็บไปมากมาย

หนึ่งในตัวเลือกของทีมที่ค่อนข้างประหลาดใจก็คือ การที่ทีมมีข่าวว่าจะคว้าเอาดาวยิงอดีตดาวโรจน์ของบราซิลอย่าง “อเล็กซานเดร ปาโต้” มาร่วมทีม เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนศูนย์หน้าของทีมในขณะนี้ โดยทางต้นสังกัดปัจจุบันอย่าง “โครินเธียน” ยินดีที่จะรับข้อเสนอจากทีมเงินถัง ด้วยค่าตัวเพียง 10 ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งนับว่าถูกมาก ๆ สำหรับฟอร์มของดาวเตะรายนี้ หากไม่ติดว่ามักมีอาการบาดเจ็บบ่อยครั้ง

“ปาโต้” เคยโด่งดัง และเป็นที่จับตามองว่าจะกลายมาเป็นกองหน้าที่สุดยอดอีกคนหนึ่งของบราซิล แทนที่ของ R9 หรือโรนัลโด้ แต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่รุมเร้า จึงทำให้ฟอร์มของเขาตกลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งจำเป็นต้องระเห็จตัวเองกลับบ้านเกิด หลังจากที่เล่นให้กับทีมปีศาจแดงดำ “เอซี มิลาน” อยู่นานหลายปี และหลุดจากการเล่นทีมชาติจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ แต่ด้วยชื่อเสียงเก่า ๆ และการยิงประตูที่เริ่มจะกลับมายิงได้เป็นกอบเป็นกำ ทำให้หลายทีมในพรีเมียร์ลีก กำลังจับตามองกันอยู่

หนึ่งในทีมที่ตกเป็นข่าวว่าจะซื้อดาวเตะรายนี้ ซึ่งถือเป็นคู่แข่งของเชลซีก็คือ ทีมหงส์แดง “ลิเวอร์พูล” ที่กำลังมองหากองหน้าดี ๆ สักคนหนึ่งมาเพิ่มศักยภาพในแนวรุกให้มากขึ้น หลังจากประสบปัญหาในการเล่นเกมรุกที่ดูเหมือนจะตัน ๆ ตื้อ ๆ พอสมควร และกองหน้าที่มีอยู่ ณ เวลานี้ ยังคงไม่สามารถใช่งานได้ตามทีต้องการ

ถ้าอยู่ต่อก็คงดี อดีตโกล์ปีศาจแดงเชื่อ เดเกอา สานต่อตำนานยักษ์เดนได้สบาย

http://westfm.co.ke/userfiles/David-De-Gea.jpgเป็นผู้รักษาประตูอีกคนหนึ่งที่ก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับชั้นนำของโลกได้อย่างรวดเร็ว สำหรับ “ดาบิด เดเกอา” ผู้รักษาประตูทีมชาติสเปน ของทีมปีศาจแดง “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ที่กำลังเป็นนักเตะที่เนื้อหอมอยู่ในขณะนี้ หลังจากโชว์ฟอร์มซุปเปอร์เซฟ หลังจากกองหลังทีมปีศาจแดงช่วยกันปลุกปั้นจนได้ดี ทำให้หลายทีมอยากจะได้ดาวเตะรายนี้ไปร่วมทีม พร้อมทุ่มงบไม่อั้นเลยทีเดียว

“เดบิด เดเกอา” ย้ายมาเล่นให้กับทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อประมาณปี 2011 ก่อนหน้านั้น เขาเป็นเด็กฝึกหัดของทีมตราหมี “แอตเลติโก้ มาดริด” ก่อนที่ “เซอร์ อเล็กส์ เฟอร์กูสัน” จะถูกอกถูกใจฟอร์มการเล่นของเจ้าหนูรายนี้ และซื้อตัวมาอยู่กับทีมในขณะที่เขาอายุได้เพียง 19 ปีเท่านั้น ซึ่งนั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยในดินแดนอังกฤษของเจ้าหนูน้อยรายนี้ ก่อนที่โด่งดังเป็นพลุแตก หลังจากโชว์ฟอร์มสุดยอดหลาย ๆ นัด

“เอริค สตีล” อดีตผู้รักษาประตูทีมปีศาจแดง “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ออกมาชื่นชมเจ้าหนูรายนี้เป็นอย่างมาก ก่อนที่จะออกมาทำนายว่า หากว่าเจ้าหนูนี้ยังคงรักษาฟอร์มการเล่น และพัฒนาอย่างต่อเนื่องแล้ว อีกไม่นาน เขาจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้รักษาประตูในตำนานได้อย่าง “ปีเตอร์ ชไมเคิล” และ “เอ็ดวิน ฟาน เดอซาร์” ที่มีส่วนร่วมในการคว้าแชมป์ยุโรปได้ทั้ง 2 สมัย โดยเขาเชื่อว่า “เดเกอา” ยังคงมีช่วงเวลาที่มากมายสำหรับพัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อย ๆ

ส่วนหนึ่งที่ทำให้ “เดเกอา” กลายเป็นผู้รักษาประตูที่ดีนั้น ก็เนื่องมาจากการรับภาระหน้าที่อย่างหนักในการป้องกันประตูจากทีมฝ่ายตรงข้าม หลังจากกองหลังของทีมมักจะเล่นกันอย่างหละหลวม จนปล่อยให้ทีมคู่แข่งมีโอกาสยิงเสมอ ๆ ทำให้เขาต้องออกแรงป้องกันอยู่เป็นประจำ ส่งผลให้ดาวเตะรายนี้เป็นที่สนใจจากแอ็คชั่นมากมายในสนามที่เราเห็นผ่านหน้าจอทีวี ที่สำคัญยังถือว่าเป็นผู้รักษาประตูที่อายุยังน้อยอยู่ ด้วยวัยเพียง 25 ปีเท่านั้น ซึ่งสตีลเชื่อว่าเขาจะพัฒนาไปได้อีกมาก

ฟีฟ่าโพสต์อวยช้างศึกผ่านเว็บออฟฟิเชียล

twitter_com

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ fifa.com ได้เผยแพร่บทความ ยกย่องผลงานของ กุนซือซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หลังจาก ทีมฟุตบอลชาติไทยทำผลงานอันดับโลกดีขึ้นมากถึงถึง 12 อันดับ กลายเป็นทีมที่ร้อนแรงที่สุดในโลกในการประกาศการจัดอันดับ ฟีฟ่า เวิลด์ แรงกิ้ง ประจำเดือนมกราคม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2559

บทความของ ฟีฟ่า เขียนระบุว่า การขยับอันดับโลกดีขึ้นถึง 12 อันดับ นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นบ่อยนัก และเป็นสถิติที่ดีที่สุดของ ทีมชาติไทย เองด้วย โดยถึงแม้อันดับในปัจจุบันคือที่ 121 ของโลก จะยังไม่ได้ใกล้เคียงกับผลงานดีที่สุดที่ไทยเคยอยู่อันดับ 43 เมื่อเดือนกันยายน 2541 แต่หากนับจากเมื่อ 16 เดือนก่อน นับตั้งแต่โค้ชซิโก้ เข้ามาคุมทีม ทีมชาติไทยทำอันดับดีขึ้นมากถึง 44 อันดับ จากที่ผลงานเคยแย่ที่สุดตกไปเป็นอันดับ 165 ของโลกในช่วงเดือนตุลาคม 2557

โดยรวมแล้วทัพช้างศึกจูเนียร์ เป็นรอง เหยี่ยวมรกต เพียงแค่การครองบอลเท่านั้น ทว่าในทุกรายละเอียดนั้นเป็นทางทีมไทยที่เหนือกว่าทั้งหมด โดยสถิติการครองบอลของไทยที่น้อยกว่านั้นอยู่ที่ 46% ต่อ 54% ส่วนในรายละเอียดย่อยอย่างเช่นจังหวะการยิงประตูนั้นไทยเหนือกว่าที่จำนวน 11 ต่อ 8 ครั้ง

โค้ชซิโก้ เข้ามารับงานคุมทีมชาติไทยชุดใหญ่ ก่อนจะเข้าสู่ทัวร์นาเม้นท์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมลูกหนังไทยกำลังเจอกับวิกฤตศรัทธาจากแฟนบอล

อย่างไรก็ตาม ทีมชาติไทยที่เต็มไปด้วยดาวรุ่งสายเลือดใหม่สามารถผงาดคว้าแชมป์ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ และอาจจะบอกได้ว่านั่นคือการจุดประกายความหวังให้กับทีมลูกหนังไทยอีกครั้ง ผู้เล่นดาวรุ่งหลายคนพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยม นักเตะอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธิ์, สารัช อยู่เย็น, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมร่วมกับตัวเก๋าอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา และ ธีราทร บุญมาทัน และทีมชาติไทยก็แสดงผลงานยอดเยี่ยมใน ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก มีโอกาสสูงมากที่จะได้ผ่านเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้าย

บทความของ ฟีฟ่า ชี้ว่าผลงานของทีมชาติไทยชุดใหญ่ในบอลโลกรอบคัดเลือก ถือว่าเหนือความคาดหมาย เอาชนะเวียดนามได้อย่างขาดลอย และยังสู้จนเสมอกับทีมอย่างอิรักได้ด้วย

แต่สำหรับแฟนบอลชาวไทย ไม่เพียงแต่ทีมชาติชุดใหญ่เท่านั้นที่สามารถสร้างแรงศรัทธากลับคืนมาได้ แต่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาทีมชาติไทยทุกชุด ไล่ตั้งแต่เยาวชน 19 ปี ทีมฟุตบอลหญิง จนมาถึง ทีมชุดยู-23 ต่างก็ทำผลงานสุดยอด จนทำให้ความหวังที่จะได้เห็นฟุตบอลไทยก้าวไกลไปสู่อีกระดับ มีโอกาสที่จะเป็นจริงได้ในเวลาไม่นานนี้

 

หาไม่ได้แล้ว อันเชล็อตติ เชื่อ เวนเกอร์ คือกุนซือคนสุดท้ายที่ได้คุมทีมยาวนาน

http://4.bp.blogspot.com/-5pKNDmNFovY/VRFxWUj8xeI/AAAAAAAAD2o/Vyb2SDkR8RY/s1600/arsenavcarlo.jpgว่ากันในยุคของการที่ผลการแข่งขันนั้นเป็นอะไรที่มาเป็นลำดับแรกเหนือสิ่งอื่นใด เราจึงเห็นผู้จัดการทีมมากมายถูกปลดกันอย่างรวดเร็ว ที่เรียกว่าหม้อข้าวไม่ทันจะดำ ส่วนหนึ่งก็เพราะกลยุทธและเป้าหมายของทีมฟุตบอลสมัยใหม่นั้น ต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัดจากในสมัยเดิม จึงทำให้บรรดาเจ้าของทีมต่าง ๆ อดรนทนไม่ได้ที่รอความสำเร็จที่ยาวนานเกินหนึ่งฤดูกาล และนั่นจึงเป็นเหตุให้บรรดากุนซือทั้งหลายต้องปรับตัวอย่างมาก
“คาร์โล อันเชล็อตติ” กุนซือมาดนุ่ม สัญชาติอิตาลี ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า เขาคงอาจจะไม่ได้เห็นการคุมทีมที่ยาวนาน อย่างผู้จัดการทีมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (เซอร์ อเล็กส์ เฟอร์กูสัน) และอาร์เซน่อล (อาเซน เวนเกอร์) อีกแล้วในอนาคต เนื่องจากปรัชญาในการบริหารทีมและเป้าหมายของทีมต่าง ๆ ในปัจจุบันนั้น เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก และแน่นอนว่าส่วนใหญ่มองไปที่ผลลัพธ์คือ ผลการแข่งขัน และถ้วยรางวัลมากกว่าสิ่งอื่นใด
“อันเชล็อตติ” เชื่อว่า “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” และ “อาร์เซน่อล” มองผลลัพธ์ของการคุมทีมต่างไปจากทีมอื่น ๆ ในอดีต พวกเขาไม่ได้จับจ้องแต่เพียงผลการแข่งขันเท่านั้น แต่กลับมองไปที่ระบบทีม และอะไรอีกหลายอย่าง “เวนเกอร์” ไม่ได้แชมป์กับอาร์เซน่อลมายาวนานมาก ๆ แต่พวกเขากลับพัฒนาขึ้น พวกเขามีสนามแข่งขันใหม่ โครงสร้างสโมสรเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และนั่นก็เป็นเพราะ”อาเซน เวนเกอร์” ที่ทำหน้าที่ของเขาได้อย่างดีนั่นเอง ในขณะที่ “อเล็กส์ เฟอร์กูสัน” ก็แทบจะแสดงออกมาได้ไม่ต่างกันนัก ตลอดระยะเวลา 27 ปีในการคุมทีมปีศาจแดงของเขา
และเมื่อใดที่ “เวนเกอร์” ตัดสินใจที่จะปลดระวางตัวเองจากการคุมทีมมายาวนานกว่า 20 ปี (เริ่มคุมทีมตั้งแต่ปี 1996) เราคงจะไม่ได้เห็นกุนซือที่อยู่กับสโมสรได้ยาวนานเช่นนี้อีกแล้ว ดังเช่นคำทำนายของ “อันเชล็อตติ” ที่ได้ให้ไว้ เพราะว่าจุดมุ่งหมายของทีมฟุตบอลในสมัยใหม่นั้น ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง และทำให้บรรดานักเตะและผู้จัดการทีมต้องเร่งเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ได้ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป